รู้ทันเบาหวาน

โรคเบาหวาน เป็นโรคที่มีประชากรไทยป่วยเป็นโรคนี้จำนวนมากขึ้น และมีแนวโน้มจะมากขึ้นในทุก ๆ ปี ซึ่งเป็นอาการที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติที่ควรจะเป็น มีสาเหตุจากการขาดฮอร์โมนที่เรียกว่า”อินซูลิน” ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำตาลสะสมในเลือดในปริมาณที่สูงมาก

ตัวโรคเบาหวานเองนั้น ไม่ได้ดูน่ากลัวอะไรมากมาย แต่แท้จริงแล้ว หากปล่อยให้ร่างกายของเรา อยู่ในสภาวะที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ ไปนั้น จะส่งผลทำให้อวัยวะต่าง ๆ เสื่อมลงได้อย่างรวดเร็ว และจะเป็นสาเหตุหลัก ๆที่ทำให้เกิดโรคและอาการแทรกซ้อนขึ้นมากมาย

โดยสถิติจากสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย พบว่า ในประชากรไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จะพบว่ามีผู้ป่วยเป็นเบาหวานอยู่ถึง 7% หรือใน 100 คน จะพบผู้ป่วยเบาหวานจำนวน 7 คน และช่วงอายุของผู้ป่วยเบาหวาน ก็ลดน้อยลงเข้าไปในทุก ๆ ปี พบว่ามีเด็กอายุ 15-18 ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และโรคอ้วน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวการไม่ได้มีแค่แป้งกับน้ำตาลเท่านั้น

ส่วนใหญ่แล้ว เมื่อพูดถึง “โรคเบาหวาน” ก็มักจะนึกถึงน้ำตาล และแป้ง เท่านั้น ปัจจุบันได้มีงานวิจัยจาก Harvard School of Public Health ได้ทำการศึกษาและวิจัย ทำให้พอจะทราบได้ว่า นอกจากแป้งและน้ำตาลแล้ว การรับประทานเนื้อสัตว์ใหญ่ เนื้อแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู และการรับประทานเนื้อแปรรูปต่าง ๆ เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน ก็ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน ได้เช่นเดียวกันด้วย

อายุน้อย ก็ควรระวังเบาหวานไว้เช่นกัน

สำหรับเด็ก ๆ โดยเฉพาะช่วงอายุ 15-25 ปี ที่เคยมีความเชื่อมาตลอดว่า โรคเบาหวานไม่ค่อยจะเป็นในเด็ก ๆ ประกอบกับอาหารในยุคปัจจุบัน ที่เน้นความอร่อย ความหวานมันเป็นหลัก โดยไม่ได้มีเรื่องโภชนาการเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้อาหารทุกอย่างที่เราซื้อรับประทาน จะมีน้ำตาลแฝงตัวอยู่เสมอ รวมถึงการออกกำลังกายที่ลดน้อยลง ทำให้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้อย่างน่าตกใจ

ดังนั้น สำหรับกลุ่มอายุน้อยที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน เช่น น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน มีพ่อหรือแม่เป็นโรคเบาหวาน ก็ควรจะมีการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อเป็นการระวังป้องกันโรคที่อาจจะเกิดขึ้น ทำให้รับมือแก้ไขได้ทันอีกด้วย

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเป็นเบาหวาน

โรคเบาหวาน เป็นภัยเงียบที่ค่อย ๆ ทำร้ายอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายอย่างช้า ๆ โดยที่ไม่แสดงอาการอะไรออกมาให้เห็น ถึงแม้จะมีระดับน้ำตาลในเลือดเกินกว่า 130 มิลลิกรัม/เดซิลิตรแล้วก็ตาม ดังนั้นแล้ว เราจึงควรเฝ้าระวัง และหมั่นตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยให้ทราบความเป็นไปของอาการได้เป็นอย่างดี

เราไปดูกันดีกว่าว่า เมื่อไรที่เราต้องให้ความสำคัญกับระดับน้ำตาลในเลือดให้มากขึ้นกว่าเดิม

  • อายุเกิน 40 ปี
  • มีประวัติครอบครัว พ่อ แม่ เป็นโรคเบาหวาน
  • มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ชอบรับประทานอาหารรสหวานจัด
  • เป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งโรคเหล่านี้มักจะมาพร้อมกันเป็นแพคเก็จ จึงทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นด้วย
  • ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย นั่งทำงานทั้งวัน ขาดการขยับร่างกาย
  • ดื่มสุรา สูบบุหรี่

เครื่องตรวจน้ำตาล ซื้อแบบไหนมาใช้ดี

การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด มีประโยชน์ในการรักษา ระวัง ป้องกัน โรคเบาหวานเป็นอย่างมาก สามารถช่วยในการคัดกรอง ผู้ที่มีอาการแสดง แนวโน้ม หรือมีปัจจัยเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้ว ยังช่วยในการติดตามระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานแล้ว เพื่อช่วยในการประเมินผลการรักษา

เครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ปัจจุบันหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง มีหลายยี่ห้อที่ได้รับมาตรฐาน และใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงในการวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือด ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างหนึ่ง ที่ควรจะมีติดบ้านไว้ เช่นเดียวกันกับ เครื่องวัดความดันโลหิต เลยทีเดียว โดยราคาของเครื่องตรวจน้ำตาล จะอยู่ที่ประมาณ 600-2000 บาท แล้วแต่รุ่น และฟังก์ชั่นการใช้งาน ในการเลือกซื้อ ควรพิจารณาทั้งในเรื่องของงบประมาณ ราคาค่าแผ่นตรวจน้ำตาลที่จะต้องจ่าย รวมถึงการรับประกัน และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ความเที่ยงตรงแม่นยำของเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด

ทั้งนี้เว็บไซต์ sugartests.com ได้มีการจัดลำดับ 10 เครื่องตรวจน้ำตาลที่ดีที่สุด เอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ โดยในรุ่นที่มีชื่อเสียงและมีมาตรฐาน จะมีอยู่ประมาณ 3 ยี่ห้อ ซึ่งได้แก่ เครื่องตรวจน้ำตาล Lumina OK Meter ราคาอยู่ที่ประมาณ 990 บาท, เครื่องตรวจน้ำตาลยี่ห้อ Accu Chek Performa ราคาอยู่ที่ประมาณ 2300 บาท และเครื่องตรวจน้ำตาลยี่ห้อ Terumo Medisafe EX ราคาประมาณ 2000 บาท ซึ่งเป็นแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น ที่ได้รับการยอมรับในเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์มาอย่างยาวนาน

ต้องตรวจน้ำตาลในเลือดบ่อยแค่ไหน

หลายคนที่มีเครื่องตรวจน้ำตาลอยู่ที่บ้านแล้ว อาจจะมีคำถามว่า “เราจะต้องตรวจน้ำตาลบ่อยแค่ไหน” เพราะค่าแผ่นตรวจก็ไม่ใช่ว่าถูกมาก แต่ก็อยากที่จะติดตามป้องกันโรคเบาหวานด้วยตัวเองด้วย

โดยปกติแล้ว หากการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดล่าสุด ค่าอยู่ในระดับปกติ (ต่ำกว่า 100) ในกรณีนี้ หากใช้ชีวิตเหมือนเดิม รับประทานเหมือนเดิม ออกกำลังกายเหมือนเดิม การตรวจระดับน้ำตาล จะอยู่ที่ประมาณ 2-3 ปี/ 1 ครั้งก็เพียงพอ

แต่หากการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดล่าสุดอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวาน คือตั้งแต่ 100-125 mg/dL ควรที่จะให้ความสำคัญกับการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย และควรจะตรวจระดับน้ำตาลในเลือด อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง