อาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวานที่ต้องระวัง

ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานมาเป็นเวลานาน จะต้องพยายามควบคุมระดับน้ำตาลให้ดี เพื่อป้องกัน”อาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน” ที่อาจจะเกิดขึ้นกับร่างกายได้ เนื่องจากว่าการปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะส่งผลเสียต่อเส้นเลือดที่จะนำสารอาหารส่งไปยังอวัยวะในร่างกาย ซึ่งอาจจะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานต่าง ๆ ทั้งที่เกิดกับเส้นเลือดขนาดเล็ก (Microvascular complications) และเกิดกับเส้นเลือดขนาดใหญ่ (Macrovascular complications) ได้

อาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวานที่อาจะเกิดขึ้นได้ ได้แก่

อาการแทรกซ้อนทางตา

หลายคนคงคุ้นชินกับคำว่า “เบาหวานขึ้นตา” ซึ่งอาจจะมีคนใกล้ชิดที่ต้องสูญเสียการมองเห็นไป เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานนี้ ซึ่งเกิดขึ้นจากการที่ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูง จนมีการสะสมและคั่งของน้ำตาลในเลนส์ตา เป็นผลทำให้จอตาผิดปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้ จะแสดงผลเป็นโรคทางตาได้หลายแบบ ได้แก่ เบาหวานขึ้นตา (Retinopathy) ต้อกระจก ต้อหิน และยังอาจจะทำให้เกิดปัญหาด้านสายตาอื่น ๆ ขึ้น ซึ่งทำให้ผู้ป่วยเบาหวานอาจสูญเสียการมองเห็นไปในที่สุด

สิ่งหนึ่งที่ผู้ป่วยเบาหวานที่น้ำตาลสูง จะต้องให้ความสำคัญก็คือ เข้ารับการตรวจสายตาจากจักษุแพทย์เป็นประจำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการคั่งของน้ำตาลในเลนส์ตา อันเป็นภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานที่ควรระวังเป็นอันดับต้นๆ

อาการแทรกซ้อนที่เท้า

อาการแทรกซ้อนของเบาหวาน ที่พบเห็นได้บ่อยอีกที่หนึ่ง ก็คือแผลเบาหวานที่เท้า คนเป็นโรคเบาหวานนั้น อาจจะเกิดแผลที่บริเวณเท้าได้ง่าย เพราะการไหลเวียนของเส้นเลือดไม่ดี ซึ่งเวลาที่ผู้ป่วยเบาหวานเป็นแผลเกิดขึ้นแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา ก็อาจทำให้แผลติดเชื้อ บางคนเล็กหน่อยก็เพียงตัดนิ้วเท้า บางคนก็อาจจะต้องสูญเสียขาไป ซึ่งการควบคุมระดับน้ำตาลในอยู่ในเกณฑ์ปกติ จะช่วยลดโอกาสในการเกิดอาการแทรกซ้อนที่เท้าได้มาก

อาการแทรกซ้อนทางไต

บางคนอาจเรียกว่า “เบาหวานลงไต” เป็นภาวะแทรกซ้อนอีกอย่างหนึ่ง ที่ถือว่าน่ากลัวไม่แพ้กับ 2 โรคด้านบน เป็นโรคที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยควบคุมน้ำตาล และปล่อยให้น้ำตาลสูงต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี อาการแทรกซ้อนทางไตนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากการที่มีปริมาณน้ำตาลในเลือดมากกว่าคนปกติ ทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้น ในที่สุดก็จะมีโปรตีนเล็ดลอดออกทางปัสสาวะ ในระยะแรก เราจะไม่สามารถตรวจพบโรคแทรกซ้อนนี้ได้จากการตรวจเลือด แต่จะสังเกตุได้จากการพบโปรตีนในปัสสาวะ ซึ่งถ้าปล่อยให้ไตต้องทำงานหนักแบบนี้เป็นระยะเวลานาน ในที่สุดก็จะเกิดภาวะไตวาย ซึ่งจะต้องฟอกไตไปตลอดชีวิต และยังเป็นต้นเหตุให้เสียชีวิตได้ด้วย

อาการแทรกซ้อนทางระบบเส้นเลือดและหัวใจ

ไม่เพียงแต่คอเลสเตอรอล หรือไขมันเท่านั้น โรคเบาหวานเอง ก็ส่งผลให้เกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจได้สูงเหมือนกัน เมื่อน้ำตาลสะสมในเลือดมากขึ้น ก็จะทำให้เส้นเลือดหนาตัวขึ้น โดยเฉพาะหลอดเลือดขนาดใหญ่ที่ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจ เมื่อหนาตัวขึ้น ทางเดินเลือดก็แคบน้อยลง อาจเกิดการอุดตัน ซึ่งอาจนำไปสู่อาการเจ็บหน้าอก โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง จากผลสำรวจพบว่า ผู้ป่วยเบาหวาน จะมีโอกาสการเกิดโรคระบบเส้นเลือดและหัวใจ มากกว่าคนทั่วไปอยู่มาก ซึ่งจากภาวะแทรกซ้อนทางเส้นเลือดและหัวใจนี้ อาจทำให้ผู้ป่วยเบาหวานต้องเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้ด้วย

4 ข้อข้างต้นนี้ เป็นเพียงอาการแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานที่พบได้บ่อย และมีอันตรายสูง แต่จริงๆ อาการแทรกซ้อนจากเบาหวานนั้น ยังเกิดขึ้นได้กับปากและฟัน ระบบประสาท และบริเวณผิวหนังอีก หรือเรียกได้ว่า เกิดได้กับทุกส่วนของร่างกายเลยก็ว่าได้ เนื่องจากปริมาณน้ำตาลในเลือด ที่วิ่งไปทั่วร่างกายนั้น ย่อมทำให้เกิดผลเสียต่ออวัยวะทุกส่วนในร่างกาย

การควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับปกติ (120-130) จะช่วยให้ลดโอกาสในการเกิดอาการแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้ดีที่สุด